ความแตกต่างของศิลปวัฒนธรรมในประเทศไทย

comประเทศไทยของเรานั้นแบ่งออกเป็น 4 ภาคคือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ซึ่งแต่ละภาคนั้นย่อมมีความแตกต่างของวัฒนธรรมประเพณีอย่างแน่นอน นั่นก็เพราะความเป็นอยู่ที่ไม่เหมือนกัน โดยมีสิ่งที่กำหนดอีกอย่างก็คือลักษณะภูมิประเทศด้วย อย่างเช่นการที่มีภูมิประเทศติดกับแม่น้ำก็ยอมมีประเพณีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ หรือ อาจจะเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับภูเขาก็มีประเพณีเกี่ยวกับภูเขาเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่บรรพบุรุษส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไรก็ตามต้องอยู่ตามระเบียบบ้านเหมืองหรือกฎหมายด้วย นอกจากนี้อาหารการกินต่างๆ ก็จะมีความแตกต่างกันด้วย เพราะประเทศไทยเรามีอากาศที่แตกต่างกันของแต่ละภาค ทางเหนือของประเทศก็จะมีพื้นที่ติดกับภูเขาซะส่วนใหญ่อากาศจึงมีลักษณะหนาวเย็นซึ่ง ขอดีของลักษณะอากาศเช่นนี้คือมีความหนาแน่นของอากาศเยอะสามารถจุดไฟติดง่าย จึงมีประเพณีลอยโคมในวันสำคัญทางประพุธศาสนาขึ้น ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ราบรุ่มแม่น้ำสภาพพื้นที่เหมาะสำหรับการเกษตรจึงมีประเพณีที่รียกว่าวิ่งควาย ซึ่งนำสัตว์ที่ใช้ในการเกษตรมาแข่งขันความเร็วกัน ส่วนภาคตะวันตกมีประเพณีที่ดูแล้วอาจจุน่ากลัวไปสักนิดคือการใช้เหล็กแทงแก้มให้ทะลุไปอีกฝั่ง โดยทีเชื่อว่าคนที่ได้เข้าพิธีนี้จะมีความโชคดีตลอดไปส่วนภาคใต้จะเป็นศิลปะหุ่นเชิดอย่างหนังตะลุง talung ที่โด่งดังตัวละครที่มีชื่อเสียงคือเจ้าเท่งนั่นเอง ส่วนภาคกลางนั้นไม่ค่อยมีประเพณีแปลกๆ สักเท่าไหร่ เพราะคนในสังคมเมองเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเต็มที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่ยิ่งในเหมืองหลวงอย่ากรุงเทพมหานครแล้วยิ่งหาดูยากเพราะทุกอย่ากลายเป็นธุรกิจไปเสยหมดไม่เว้นแม้กระทั้งการทำบุญตักบาติตามวัดชื่อดัง

ศิลปวัฒนธรรมไทยย้อนยุครามเกียรติ์

Culture Thailand

ในสมัยก่อนนั้นในยุคของ กรุงศรีอยุธยา นั้น ศิลปวัฒนธรรมไทย ถือว่ากำลังรุ่งเรื่องมากและถ้าพูดถึงเราก็จะลืมไม่ได้เลยว่า รามเกียรติ์ ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง วัฒนธรรม ที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นโดยเนื้อเรื่องโดยรวมนั้นจะเป็นการนำประวัติของยักษ์ที่มีหน้าสิบหน้ามีมือสิบมือที่ไปแย่งนางสีดามาครอบครองโดยที่นางนั้นไม่ได้เต็มใจเลยซึ่งเจ้ายักษ์ตัวนั้นมีชื่อว่าทศกัณฐ์โดยเดิมแล้วนางสีดานั้นเป็นชายาของพระราม พระรามคือตัวเอกหลักของเรื่องนี้และมีทหารเอกที่ชื่อว่าหนุมานโดยเนื้อเรื่องนี้ หนุมาน จะเป็นลิงที่พระพายคือเทพแห่งสายลมโดยตัวหนุมานนั้นเป็นลิงที่ไม่มีวันตายมีฤทธิ์เดชที่หากตายแล้วมีสายลมพัดผ่านก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกเนื้อเรื่องโดยรวมแล้วพระรามก็ใช้ทหารเอกไปแย่งไปชิงตัวจากตัวร้ายซึ่งยักษ์ตัวนี่นั้นมีลูกมีพี่น้องเยอะเลยทำให้ส่งพวกลูกน้องนั้นมาต่อสู้แทนตัวเองซึ่งตัวเองกำลังบำบัดวิชาอยู่เลยทำให้ไม่กล้าออกมาต่อสู้ด้วยตัวเองเพื่อทำการถอดวิญาณหัวใจตัวเองไม่ให้มีวันตายแต่ในตอนสุดท้ายนั้นพระรามก็ได้ส่งทหารเอกผู้จงรักภัคดีซื่อสัตว์ไปแย่งชิงหัวใจจากพระอาจารย์ทศกัณฐ์ที่ได้ฝากไว้กับอาจารย์ให้ช่วยดูแลเพื่อมาเป็นตัวแลกเปลี่ยนระหว่างนางสีดากับหัวใจของตัวเองแต่เจ้ายักษ์ทศกัณฐ์นั้นมีนิสัยที่ไม่ยอมไม่กลัวตายถึงตัวตายก็ไม่ยอมเสียชื่อเขาเลยไม่ยอมให้นางสีดากับพระรามไปโดยตอนนั้นเองหนุมานลิงทหารเอกของพระรามก็ได้ขู่ว่าจะบีบหัวใจให้แตกตายแต่เจ้ายักษ์ไม่กลัวตายหนุมานเลยได้ตัดสินใจบีบหัวใจจนแตกตายเลยทำให้ชนะศึกสงครามไปในที่สุด

ศิลปวัฒนธรรมไทยย้อนยุค 4 ภาค

โดยทั่วไปแล้วไม่ว่าจะเป็นสมัยไหนๆ ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังก็ตามดนตรีศิลปะนาฏศิลป์ก็มีให้เราเห็นอย่างเยอะแยะมากหลายซึ่งโดยในประเทศไทยของเรานั้นก็มีอยู่ด้วยกัน 4 ภาคแต่ละภาคก็มี ศิลปะนาฏศิลป์ ที่ไม่เหมือนกันดังนั้นเราจะมาพูดถึงกันว่าแต่ล่ะภาคทั้งหมด 4 ภาคมีความแตกต่างกันอย่างไรมั่ง
ภาคกลาง Culture Thailand
ก็ได้แก่ รำวง จะเป็นการเต้นรูปแบบหนุ่มสาวๆ ที่มาพูดคุยพร้อมกันในงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานวัดหรืองานมงคลต่างการแต่งตัวก็จะเป็นการแต่งแบบเรียบง่ายตามท้องถิ่นที่ของตนเองแต่งกันมารุ่นสู่รุ่นและก็ยังมีรำวงกองยาวจะเป็นการรำแบบจับคู่หนุ่มสาวเหมือนกับคล้ายๆกับรำวงแต่แค่ต่างกันตรงที่ว่ามีกลองยาวเต้นไปด้วยตีกองยาวไปด้วยโดยฝ่ายผู้ชายจะเป็นคนตี
ภาคใต้       Culture Thailand
ในส่วนของภาคใต้ก็จะเป็นการรำโนราที่มีรูปแบบการเต้นที่เรียกว่ามีความอ่อนช้อยและสวยงามที่มีเสียงเพลงการร่ายรำที่เป็นที่เป็นจุดเด่นและยังมีเสื้อผ้าหน้าผมที่เด่นไม่แพ้ภาคไหนอีกด้วยโดยโนรานี้นั้นจะมีเล่นกันมากสุดในภาคใต้และอีกจุดเด่นที่ไม่แพ้กันก็คือร่างการของผู้ที่ร่ายรำอยู่นั้นต้องใส่เครื่องทรงที่เต็มไปด้วยเพชร
ภาคเหนือ Culture Thailand
ส่วนภาคเหนือก็จะเป็นรำฟ้อนเงี้ยวโดยได้แรงบัลดาลใจรำชุดนี้มาจากชาวเขาเผาต่างที่ไม่เหมือนกันโดยการรำก็จะแต่งตัวเป็นเหมือนชาวเขาในการรำก็จะมีการนำเอาใบไม้ต่างๆมาตกต่างให้เหมือนอยู่ในป่าวเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็มีสีจุดเด่นคือสีดำแล้วก็สีแดง
ภาคอีสาน Culture Thailand
จุดเด่นการร่ายรำของภาคอีสานก็คือเซิ้งสวิงก็จะเป็นการทำเอาของที่ใช้ในการทำมาหากินในแม่น้ำมาใช้ในการร่ายรำให้นึกถอนตอนที่เรานำเอาอาหารชนิดนั้นมากินมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากที่สุด

ศิลปวัฒนธรรมไทยย้อนยุคร่วมสมัย

 

Culture Thailand

ในปัจจุบันไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเพียงแค่ไหนแต่ ศิลปวัฒนธรรมไทย ของเราก็ยังสืบทอดตกกันมารุ่นสู่รุ่นไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำหรือการ ดนตรีไทย ก็ตามและวันนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับศิลป วัฒนธรรมไทยย้อนยุค ร่วมสมัยที่นำเอามาแต่งเป็นเพลงฟังกันแล้วสนุกไม่แพ้กันเลยดังนั้นเราจะขอแยกอธิบายก่อนว่าดรตรีไทยจำพวกระนาดเอกระนาดทุ้มหรือซอด้วงซออู้ฆ้องใหญ่ฆ้องเล็กตามภาษาชาวบ้านดนตรีจำพวกนี้เมื่อก่อนคนที่จะได้เล่นนั้นหรือที่จะได้ฟังนั้นต้องเป็นคนที่อยู่ในวังหรือเป็นคนใหญ่คนโตเท่านั้นเพราะว่ามันคือสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นของคนไทยอย่างแท้จริงแต่ถ้าเอามาเปรียบเทียบกับสมัยนี้ในปัจจุบันแล้วมันดนตรีไทยถือได้ว่าเป็นสิ่งที่กำลังจะหายไปเพราะไม่มีคนสมัยใหม่ที่เข้ามาสืบสารศิลป วัฒนธรรมไทย ชนิดนี้กันมากเท่าไหร่ซึ่งในตอนนี้นั้นดนตรีสากลถือได้ว่ากำลังเข้ามีมีบทบาทกันมากขึ้นเพราะว่าเด็กสมัยใหม่นั้นไม่รู้จักดนตรีไทยกันแล้วจะได้ยินหรือได้ฟังเพลงแนวนี้ก็เฉพาะแต่ในงานศพเท่านั้นและหนึ่งในนั้นก็มีวงดนตรีสากลที่นำเอาแนวเพลงไทยและสากลเข้ามารวมด้วยกันโดยนำเอาเพลงของดนตรีไทยที่มีชื่อว่าค้างคาวกินกล้วยมารวมกับดนตรีสากลโดยใช้จังหวะของค้างคาวกินกล้วยเป็นตัวนำและได้ปรับทำนองใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยแต่ก็ยังดำรงไว้ซึ่งเพลงไทยเดิมที่มีศิลปวัฒนธรรมไทยย้อนยุคร่วมสมัยอยู่ด้วยกันแถมผลตอบรับที่ออกมานั้นก็ถือว่าดีเยี่ยมมากเลยติดหูผู้ฟังอย่างมากไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดงหรือจะผู้ใหญ่วัยทำงานหรือคนสูงวัยเองอีกด้วยซึ่งนี่ก็ถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวของศิลปวัฒนธรรมไทยที่จะไม่มีวันจางหายไปจากประเทศไทยของเราอย่างแน่นอน