อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย สถานที่สวยงามแหล่งท่องเที่ยว

‘สุโขทัย’ เป็นราชธานีเก่าแก่อันทรงคุณค่า ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตขอแนะนำให้คุณหาโอกาส ไปสัมผัสช่วงเวลาแห่งมนต์อดีตรวมทั้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่คนไทยและชาวต่างชาติควรค่าแก่การเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง เป็นสถานที่ตั้งของโบราณสถานสำคัญ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมรดกโลก โดยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ไม่ได้เพียงแค่เป็นเมืองอันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เท่านั้น หากแต่ยังดำรงไว้ในเรื่องของความเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิม เรียบง่าย ภายใต้บรรยากาศที่ยังคงเป็นธรรมชาติรอให้คุณได้ไปสัมผัส

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีอาณาเขตกว้างใหญ่ทั้งโบราณสถานกรุงสุโขทัย โดยในอดีตเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย โดยมีอำนาจอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ย้อนไปในช่วงพุทธศตวรรษ 18 – 19 ตั้งอยู่ ณ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองสุโขทัยในปัจจุบัน ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร

รูปแบบผังเมืองของสุโขทัย เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาว 2 กิโลเมตร มีประตูเมือง 4 แห่ง ตั้งอยู่บริเวณกลางกำแพงของแต่ละด้าน โดยภายในยังคงเหลือความเป็นมาในอดีตให้ทุกคนได้รับชม มีพระราชวังและวัดอีก 26 แห่ง สำหรับวัดขนาดใหญ่ที่สุด คือวัดมหาธาตุ อุทยานแห่งนี้ผ่านการบูรณะโดยฝีมือของกรมศิลปากร ด้วยความช่วยเหลือจากองค์กร UNESCO มีผู้เดินทางมาเยี่ยมชมหลายแสนคนต่อปี สามารถเดินชมรอบๆหรือขี่จักรยานได้

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้รับการคุ้มครองตามราชกิจจานุเบกษา วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2504 ในปี พ.ศ. 2519 เริ่มลงมือฟื้นฟูอุทยาน พร้อมเปิดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2531 ต่อมาวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 องค์การ UNESCO ได้ประกาศให้กลายเป็นแหล่งมรดกโลก ไปในคราวเดียวกับอุทยานประวัติศาสตร์แห่งกำแพงเพชรและศรีสัชนาลัย พร้อมใช้ชื่อว่า ‘เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร’

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นโบราณสถานอันเก่าแก่ ซึ่งอยู่เคียงข้างกับกรุงสุโขทัยมาอย่างช้านาน  อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายอันดับต้นๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวจากนานาชาติต้องเดินทางมาเยี่ยมเยือน สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์กร UNESCO นับเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานซึ่ง กระจัดกระจายอยู่ทั่วในเขตเมืองรวมทั้งบริเวณรอบตัวเมือง โบราณสถานซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก

วัดศรีชุม

วัดอันเป็นที่ประดิษฐานของ ‘พระอัจนะ’ ท่านเป็นพระพุทธรูปปางมาร วิชัย มีขนาดความสูง 15 เมตร นอกจากนี้ลักษณะของวิหารของท่านนั้น ยังสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยม อันเป็นทรงแบบโบราณ หากแต่หลังคาพังลงมาหมดแล้ว จะเหลือก็แต่เพียงผนัง 4 ด้านเท่านั้น ผนังทางทิศใต้มีช่องเพื่อให้คนรอดเข้าไปภายใน โดยวัดนี้เต็มไปด้วยชาวต่างชาติซึ่งเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาชมความงดงามมากมาย เราคนไทยเองก็ไม่ควรพลาด